เทคนิคไพ่แบล็คแจ็ค

เทคนิคไพ่แบล็คแจ็ค

เทคนิคไพ่แบล็คแจ็ค คือสิ่งที่นักพนันหลายคนมักจะตามหากัน บ้างก็ค้นหาสูตรต่างๆนาๆ บ้างก็ศึกษาจากตำราที่เหล่าเซียนวิเคราะห์เอาไว้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลย เพราะการที่เราหมั่นศึกษา ค้นคว้าหาสิ่งต่างๆรอบตัวเรา เพื่อให้ได้ว่าซึ่งความรู้และเทคนิคต่างๆ นำมาใช้งานในการเข้าเล่นไพ่แบล็คแจ็ค ในแต่ละครั้งนั้น มีโอกาสที่จะได้เงินมากที่สุด

ซึ่งหากมองเข้าจริงๆแล้ว การเล่นไพ่แบล็คแจ็คนั้น ก็ได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่า เจ้าพ่อเกมคาสิโนอย่างบาคาร่าเลย นอกเหนือจากบาคาร่า แบล็คแจ็ค ก็ยังมีเกมยอดฮิตอย่างดัมมี่ ที่เราคนไทยนิยมเล่นกันอยู่แล้ว การน็อคมืด การปี้ เราจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้ว กับวงไพ่แถวบ้านเรา แต่ในวันนี้จะมาพูดถึง เทคนิคไพ่แบล็คแจ็ค การเล่นเกมไพ่อย่าง ไพ่แบล็คแจ็ค จะมีวิธีการเล่นอย่างไร

เทคนิคพื้นฐาน การเตรียมตัวต่างๆ เกี่ยวกับเทคนิคและการนับแต้มหน้าไพ่ จะมีสิ่งที่เราควรจะศึกษาอย่างไร ซึ่งหากจะให้ยอ้นไปตั้งแต่สมัยที่ ไพ่แบล็คแจ็คก่อกำเนิดขึ้นมานั้น ก็อาจจะนานเกินไป นานไม่นานก็ร่วม 400 ปีมาได้แล้วนะ ตั้งแต่ปลายๆปี คศ.1601 อ่านานมั้ยหล่ะ เอาเป็นว่ารู้แค่ว่ามันได้รับความนิยมมานานแล้วเท่านั้นพอ

ซึ่งจากการเล่นตามบ่อนทั่วไป เมื่อได้รับความนิยมที่เพิ่มมากขึ้น บวกกับเทคโนโลยีที่พัฒนา ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้การเล่นพนัน การเข้าถึงไพ่แบล็คแจ็คทำได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ใช้มือถือเพียงหนึ่งเครื่องเท่านั้น เราก็สามารถที่จะเข้าเล่นได้แล้ว อีกทั้งยังมีความสมจริงทั้งภาพและเสียง ที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทาง Live ที่ส่งสัญญานภาพมาจากคาสิโนจริงๆ

ซึ่งก่อนอื่นใดนั้น ก่อนที่เราจะเข้าไปสู่วิธีการเล่นของ ไพ่แบล็คแจ็ค เรามาดูกันในส่วนของ กฏ กติกา และคำศัพท์ต่างๆที่ใช้กันในเว็บ พร้อมทั้งทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ก่อนที่จะเอาเงินไปลงทุน รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม เรื่องบางเรื่องรู้ไว้ก็ดีกว่าไม่รู้ มันไม่ได้เป็นเรื่องอะไรที่เหนือบ่ากว่าแรงเราเลย สิ่งที่เรากำลังจะบอกต่อไปนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่ท่านจะได้ใช้อย่างแน่นอน เมื่อท่านเข้าเล่นเกมไพ่แบล็คแจ็ค

วิธีการนับแต้มหน้าไพ่ Blackjack

ถ้าหากว่าใครที่เคยผ่านการเล่นเกมจำพวกไพ่มาก่อน จะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไพ่แต่ละหน้านั้นจะมีแต้มเท่าไหร่ แต่สำหรับการนับแต้มในแบล็คแจ็คนั้น ก็จะมีส่วนที่แตกต่างอย่บ้าง ซึ่งไพ่ที่มีแต้มบนหน้าไพ่ที่เป็นตัวเลข 2 – 10 แต้มก็จะบอกไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ตามที่แสดงบนหน้าไพ่ แต่สำหรับไพ่ที่มีหน้าไพ่เป็นอักษร J Q K ไพ่เหล่านี้จะมีค่าเท่ากับ 10 แต้ม

แต่จะมีไพ่อยู่ 1 ใบ ที่จะมีค่าอยู่ 2 ค่าในไพ่เพียงหน้าเดียว นั่นคือไพ่หน้า A ที่จะมีแต้มที่เป็นได้ทั้ง 1 และ 11 -7 ขึ้นอยู่กับไพ่ที่ท่านมีในมืออีก 1 ใบว่าจะมีกี่แต้ม อย่างเช่นหากว่าท่านมีไพ่ A คู่กับ 9 แต้มรวมกันจะเท่ากับ 20 แต้ม หรือท่านมีไพ่ในมือคือ 6 คู่กับ A แต้มรวมกันจะเท่ากับ 7 แต้ม ซึ่งหากว่าท่านจั่วไพ่ เพิ่มอีกตัว แล้วแต้มรวมเกิน 21 จะนับ A ที่ท่านมีในมือเป็น 1 แต้มเท่านั้น

ซึ่งผลการแพ้ ชนะนั้น จะขึ้นอยู่กับว่า แต้มของใครอยู่ใกล้ 21 แต้มมากกว่ากัน หากว่าใครที่จั่วแล้วแต้มในมือสูงเกิน 21 แต้ม เท่ากับว่าจะแพ้ทันที ซึ่งตรงนี้เราควรจะโฟกัสให้ดี เนื่องจากว่าการจั่วของเรา ไม่มีตัวกำหนดว่าสามารถจั่วได้กี่ใบ เราสามารถจั่วไพ่เพิ่มได้ไม่จำกัด ตรงนี้จึงมีโอกาสสูงมากๆที่จะทำให้แต้ในมือของเรานั้น ทะลุเกิน 21 แต้ม

แต่ถ้าในกรณีที่เปิดไพ่ออกมาแล้ว แต้มของเราเท่ากับเจ้ามือ จะเท่ากับเสมอกัน และเราจะได้เงินที่ใช้ในการเดิมพันคืน ซึ่งถ้าเราไม่อยากมาลุ้นตรงนี้ เราก็ต้องภาวนาให้ไพ่ในมือ หรือไพ่ที่เราจั่วมานั้น รวมกันแล้วให้ได้ 21 แต้มพอดีหรือแบล็คแจ็ค เราจะชนะทันที โดยที่ไม่ต้องมานั่งรอให้ฝ่ายเจ้ามือเปิดไพ่เลย

ในการเล่นไพ่แบล็คแจ็ค หากว่าไพ่ 2 ใบแรกที่เราได้รับแจกมานั้น ได้ไพ่ที่เป็นไพ่คู่หรือไพ่หน้าเดียวกัน เราสามารถเอาโอกาสตรงนี้แยกไพ่ออกเป็น 2 ขาได้ โดยในขั้นตอนนี้เราจะต้องเพิ่มเงินเดิมพันเข้าไปอีก 1 เท่า สมมุติว่าเงินเดิมพันตั้งต้นของเราคือ 10 บาท เมื่อแยกไพ่ออกมาอีก 1 ขาเราต้องเพิ่มเงินเดิมพันอีก 10 บาทเพื่อไปใส่ในขานั้น ซึ่งเราจะสามารถจั่วไพ่ได้ปกติทั้ง 2 ขาเลย แต่โอกาสแบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆนะ

เพื่อเป็นการเพิ่มความสนุกในการลุ้น และเป็นการสร้างผลกำไร x2 นั้น เราสามารถเอากฏในการวางเงินเดิมพัน 2 เท่าเข้ามาใช้ได้ ในกรณีที่เราเปิดไพ่ครบ 2 ใบแล้ว มีความมั่นใจขั้นสุดว่า ไพ่ของนั้นจะสามารถเอาชนะเจ้ามือได้ในไพ่ใบที่ 3 เราสามารถเรียกวางเงินเดิมพันเพิ่ม 2 เท่าได้เลย หลังจากที่เราวางเดิมพัน 2 เท่าแล้ว เจ้ามือจึงจะแจกไพ่ใบที่ 3 ให้เรา

อัตราการจ่าย ไพ่แบล็คแจ็ค

ทุกครั้งของการเดิมพัน UFABET สิ่งที่เราต้องการนั้นคือรายได้ การลงทุนทุกครั้ง สิ่งที่เราต้องการคือผลกำไรที่งอกงาม ผลกำไรที่เติบโตจากยอดเงินลงทุน ยิ่งมีอัตราที่สูงก็ยิ่งน่าลงทุนใช่มั้ยหล่ะครับ แต่สิ่งที่จะมีคู่กับอัตราการจ่ายที่สูง คือความเสี่ยงที่จะเกิด และโอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นนะน้อยมาก เราจะไปดูพร้อมๆกันว่า ราคาในการเดิมพันแต่ละประเภท จะมีอะไรกันบ้าง

  • ไพ่ธรรมดา จะมีอัตาราการจ่ายอยู่ที่ 1:1
  • ไพ่แบล็คแจ็ค จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:5
  • การแยกไพ่ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:1
  • การประกัน จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 2:1
  • เก็บก่อน จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:1

ราคาในแต่ละเว็บ จะแปลผกผันตามเงื่อนไข ที่ทางเว็บจะเป็นคนกำหนด ซึ่งโปรโมชั่นและราคาต่างๆนั้น อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในทุกๆเดือน ดังนั้นแล้วขึ้นอยู่กับว่าเราจะเล่นกับเว็บไหน ซึ่งถือว่าตรงนี้สามารถเอาไปเป็นจุดแข็ง ที่ใช้ในการดึงดูดลูกค้า ในการตัดสินจเข้ามาใช้บริการกับเว็บได้เลย แต่บอกเอาไวก่อนนะครับว่า เว็บของเราให้ราคาดีที่สุด เท่าที่ท่านจะหาได้แล้ว

คำศัพท์ สำหรับการเล่นเกมไพ่แบล็คแจ็ค

การเล่นไพ่แบล็คแจ็ค เป็นเกมคาสิโนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ก็ไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนเข้ามาเล่น และให้ความสนใจกันเยอะขนาดนี้ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเลย ที่ต้องพลาดท่าให้กับเกมๆนี้ เพียงเพราะว่าไม่เข้าใจในศัพท์ ที่ทางเว็บหรือตัวเกมใช้ ทำให้การลงเดิมพันนั้นผิดพลาด วันนี้เราจะมาดูกันว่า ศัพท์ต่างๆที่ทางเว็บใช้งานกันนั้น จะมีอะไรกันบ้าง

  • Blackjack คือ การที่เราเปิดไพ่ 2 ใบแรกแล้วได้แต้มเท่ากับ 21 แต้ม
  • Hit คือ การจั่วไพ่เพิ่ม หรือการสู้นั่นเอง
  • Stand คือ การหยุด โดยที่เราไม่จั่วเพิ่ม หรือเราพอใจในแต้มที่เราถืออยู่แล้ว อาจจะมีศัพท์อื่นๆที่ใช้แทนกันได้คือ Stay , Stick , Stand pat แล้วแต่ทางเว็บจะเลือกใช้
  • Double down คือ การเดิมพันเพิ่ม 2 เท่า หรือการเดิมพันเพิ่ม 100 เปอร์เซ็นต์ จะสามารถทำได้หลังจากที่เปิดไพ่ครบ 2 ใบแล้วเท่านั้น
  • Split คือ การแยกไพ่ออกเป็น 2 ขา ในกรณีที่ตานั้นเราได้ไพ่เบิ้ลอย่าง 2,2 เราสามารถแยกออกเพื่อเล่น 2 ขาได้ โดยการเพิ่มเงินดิมพันเข้าไป
  • Surrender คือ การประกันเงินทุนครึ่งนึง ในขณะที่เราได้เปิดไพ่ครบ 2 ใบแล้ว แต้มหน้าไพ่ไม่น่าจะสู้ใครได้ สามารถใช้การ Surrender เพื่อเป็นการประกันเงินเดิมพันได้ หรือเรียกง่ายๆว่าการยอมแพ้นั่นเอง เราจะได้เงินเดิมพันคืนครึ่งนึง